ข้อบังคับ
ของสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย
(ฉบับแก้ไข ณ วันที่ 8 มีนาคม 2548)
----------------------
หมวดที่ 1 ความทั่วไป
ข้อ 1. สมาคมนื้มีชื่อว่า สมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย ย่อว่า ส.ท.จ. เรียก
เป็นภาษาอังกฤษ Thai Association of Orthodontists ย่อว่า Tha.A.O.
ข้อ 2. เครื่องหมายของสมาคมฯมีลักษณะเป็นรูป หัวใจที่มีเครื่องหมายลูกศรอยู่ตรง
กลางภายในกรอบวงกลมที่มีชื่อสมาคมทั้งไทย และอังกฤษอยู่ล้อมรอบ

ข้อ 3. สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่ ณ ภาควิชาทันตกรรมจัดฟัน คณะทันตแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหิดล ถนนโยธี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
ข้อ 4. วัตถุประสงค์ของสมาคม เพื่อ
4.1 เผยแพร่วิชาการ การศึกษา การสอนและการวิจัยในสาขาวิชาทันตกรรมจัดฟัน
4.2 ส่งเสริมความสามัคคี และวิทยฐานะของสมาชิก
4.3 เป็นศูนย์กลางการติดต่อประสานงาน ให้ความร่วมมือ และแลกเปลี่ยนความรู้
ระหว่างสมาชิกสมาคม หรือสมาคมอื่นๆ ทั้งในและนอกประเทศ
4.4 กิจกรรมของสมาคม ต้องไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง
หมวดที่ 2 สมาชิก
ข้อ 5. สมาชิกของสมาคมมี 3 ประเภท คือ
5.1 สมาชิกสามัญ
5.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์
5.3 สมาชิกสมทบ
5.4 สมาชิกนานาชาติ
ข้อ 6 สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
6.1 สมาชิกสามัญ
สมาชิกสามัญจะต้องเป็นทันตแพทย์ที่ถือสัญชาติไทยและได้ขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลป์จากทันตแพทยสภาแห่งประเทศไทย
ไม่อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลป์
และมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
6.1.1 ทันตแพทย์ที่สำเร็จการศึกษา
หรือสำเร็จการฝึกอบรมทางวิชาทันตกรรมจัดฟันจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันที่ทันตแพทยสภาแห่งประเทศไทยรับรองโดยมีหลักสูตรเต็มเวลาไม่ต่ำกว่า
2 ปี และ สมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทยเห็นชอบ หรือ
6.1.2 ทันตแพทย์ที่ได้รับอนุมัติบัตร
หรือวุฒิบัตรสาขาทันตกรรมจัดฟันจากทันตแพทยสภาแห่งประเทศไทย
6.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์ คือบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิหรือผู้มีอุปการคุณต่อวงการทันตกรรม
จัดฟัน ซึ่งคณะกรรมการของสมาคมฯ ลงมติเชิญให้เป็นสมาชิกของสมาคมฯ
6.3 สมาชิกสมทบ คือ ทันตแพทย์ที่มีความสนใจในวิชาทันตกรรมจัดฟัน และมี
สมาชิกสามัญรับรองไม่น้อยกว่า 2 คน
และคณะกรรมการมีมติเห็นสมควรรับเข้าเป็นสมาชิกได้
6.4 สมาชิกนานาชาติ คือ ทันตแพทย์จัดฟันต่างชาติที่เป็นสมาชิกของสมาคมหรือ
ชมรมทันตแพทย์จัดฟัน/ทันตกรรมจัดฟันของประเทศสมาชิกของ Asian Pacific
Orthodontic Society (APOS), World Federation of Orthodontics (WFO)
ข้อ 7. การสมัครเข้าเป็นสมาชิก
7.1 มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในข้อ 6
7.2 ให้ยื่นใบสมัครต่อนายทะเบียนของสมาคมฯ โดยมีสมาชิกสามัญรับรอง 2 คน
7.3 สมาชิกภาพจะสมบูรณ์เมื่อคณะกรรมการดำเนินงานอนุมัติรับและได้ชำระค่าบำรุง
แล้ว
ข้อ 8. ค่าลงทะเบียนเป็นสมาชิก และค่าบำรุง
8.1 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียนแรกเข้าและค่าบำรุงประจำปี
8.2 สมาชิกสามัญ ผู้สมัครจะต้องชำระ
ค่าลงทะเบียนแรกเข้า 500 บาท
ค่าบำรุงประจำปี ปีละ 400 บาท
และถ้าสมาชิกค้างชำระค่าบำรุงประจำปีไม่เกิน 2 ปีการต่ออายุจะต้องเสียค่าบำรุง
ย้อนหลัง โดยไม่เสียค่าลงทะเบียนแรกเข้าใหม่
8.3 สมาชิกสมทบ ผู้สมัครจะต้องชำระ
ค่าลงทะเบียนแรกเข้า 500 บาท
ค่าบำรุงประจำปี ปีละ 400 บาท
สมาชิกสมทบที่ได้รับการพิจารณาเปลี่ยนสภาพเป็นสมาชิกสามัญไม่ต้องชำระค่า
ลงทะเบียนแรกเข้าอีก และถ้าสมาชิกค้างชำระค่าบำรุงประจำปีไม่เกิน 2 ปี การ
ต่ออายุจะต้องเสียค่าบำรุงย้อนหลัง โดยไม่เสีย ค่าลงทะเบียนแรกเข้าใหม่
8.4 สมาชิกตลอดชีพ สมาชิกสามัญสามารถเปลี่ยนเป็นสมาชิกประเภทตลอดชีพได้
โดยชำระค่าบำรุงสมาชิกเป็นจำนวนเงิน 4,000 บาท หรือสมาชิกสามัญ ที่เป็น
สมาชิกประจำปีติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปีขึ้นไป จะได้รับส่วนลด 1,000 บาท
8.5 สมาชิกนานาชาติ คือ ต้องสมัครเป็นสมาชิกคราวละ 2 ปี โดยจะต้องชำระ
ค่าลงทะเบียนแรกเข้า 15 ดอลลาร์สหรัฐ ค่าบำรุงประจำปี 2 ปี 50 ดอลลาร์สหรัฐ
และถ้าสมาชิกค้างชำระค่าบำรุงประจำปีไม่เกิน 2 ปี การต่ออายุจะต้องเสียค่า
บำรุงย้อนหลังโดยไม่เสียค่าลงทะเบียนแรกเข้าใหม่
ข้อ 9. สิทธิและหน้าที่ของสมาชิกมีดังนี้
9.1 สมาชิกมีสิทธิและได้รับประโยชน์ภายในขอบเขตของวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ
9.2 สมาชิกมีสิทธิเข้าประชุมใหญ่ประจำปี สมาชิกสามัญมีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
คนละ 1 คะแนน
9.3 สมาชิกมีสิทธิรับทราบข่าวสารหรือเอกสารทางวิชาการที่จัดทำขึ้นโดยคณะ
กรรมการสมาคมฯ ตราบที่ยังดำรงสมาชิกภาพของชมรมอยู่
9.4 สมาชิกมีสิทธิไต่ถามคณะกรรมการดำเนินงาน เพื่อตรวจเอกสารบัญชีและทรัพย์
สินของสมาคมฯได้
9.5 สมาชิกผู้ใดย้ายที่อยู่ ที่ทำงาน เปลี่ยนชื่อ นามสกุล ยศ อภิไธย ต้องแจ้งให้นาย
ทะเบียนทราบเป็นลายลักษณ์อักษร
9.6 สมาชิกมีหน้าที่ร่วมมือและปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของสมาคมฯ
ข้อ 10. การขาดสมาชิกภาพ
10.1 ตาย
10.2 ลาออก
10.3 สมาชิกขาดส่งค่าบำรุงประจำปีติดต่อกัน 2 ปี
10.4 กระทำตนเป็นที่เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือนำความเสียหายมาสู่สมาคมฯ และคณะ
กรรมการมีมติให้ออก
หมวดที่ 3 การดำเนินกิจกรรมสมาคม
ข้อ 11. คณะกรรมการประกอบด้วย
นายกสมาคม 1 คน
นายกสำรอง 1 คน
อุปนายกสมาคม 1 คน
เลขาธิการ 1 คน
เหรัญญิก 1 คน
นายทะเบียน 1 คน
ประธานวิชาการ 1 คน
ประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ 1 คน
สาราณียกร 1 คน
คณะกรรมการกลาง 5 คน
ข้อ 12. การเลือกตั้งคณะกรรมการ
12.1 การเลือกตั้งนายกสำรอง และอุปนายกให้เลือกตั้งจากสมาชิกสามัญในคราวที่มี
การประชุมใหญ่ประจำปี
12.2 นายกสมาคมเป็นผู้เลือกตั้งกรรมการ
12.3 คณะกรรมการดำรงตำแหน่งวาระละ 2 ปี แต่ให้มีอำนาจปฏิบัติหน้าที่จนกว่าการ
แต่งตั้งกรรมการชุดใหม่จะเสร็จสมบูรณ์
12.4 ในกรณีที่นายกสมาคมไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่จนครบวาระได้ ให้อุปนายก
สมาคมทำหน้าที่ต่อจนหมดวาระ
ข้อ 13. อำนาจและหน้าที่ของคณะกรรมการ
13.1 บริหารกิจการของสมาคมฯ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคมฯ
13.2 ออกระเบียบ แก้ไข เพิ่มเติม หรือยกเลิกระเบียบของสมาคมฯ ได้
13.3 จัดการทรัพย์สินและดูแลผลประโยชน์ของสมาคมฯ
13.4 จัดการประชุมใหญ่สามัญปีละ 1 ครั้ง และการประชุมวิชาการตามความเหมาะ
สมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
หมวดที่ 4 การประชุมใหญ่
ข้อ 14. การประชุมคณะกรรมการดำเนินงานให้มีอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง
ข้อ 15. นายกสมาคมหรือกรรมการตั้งแต่ 6 คนขึ้นไป
จะเรียกประชุมคณะกรรมการได้เมื่อเห็น
สมควร
ข้อ 16.
การประชุมของคณะกรรมการแต่ละครั้งจะต้องมีกรรมการอยู่ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง
(หรือไม่น้อยกว่า 7 เสียงจาก 14 เสียง) จึงจะเป็นองค์ประชุม
ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้นายกสมาคมออกเสียเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ข้อ 17. การประชุมใหญ่สามัญประจำปีจะจัดให้มีปีละครั้ง
และจำนวนสมาชิกสามัญจะต้องไม่
น้อยกว่า 1/3 จึงจะเป็นองค์ประชุมได้ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้นายกสมาคมออก
เสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ข้อ 18. การประชุมวิชาการจะประชุมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
หมวดที่ 5 การเงินและทรัพย์สิน
ข้อ 19. สมาคมฯอาจมีรายได้เพื่อดำเนินการดังนี้
19.1 เงินค่าจดทะเบียนและเงินค่าบำรุงจากสมาชิก
19.2 เงินอุดหนุนที่สมาคมฯ ได้รับ
19.3 เงินรายได้อื่นๆ
ข้อ 20. เหรัญญิกมีหน้าที่ดูแลรักษาเงินของสมาคมฯให้มีสมุดบัญชีและหลักฐานแห่งการรับ
จ่ายและเก็บรักษาเงินไว้ ให้เหรัญญิกรายงานฐานะการเงินของสมาคมฯต่อคณะกรรมการทุกครั้งที่ได้มีการประชุมของคณะ
กรรมการ
ข้อ 21. การจ่ายเงินของสมาคมฯ ให้เป็นไปตามระเบียบและวิธีการที่คณะกรรมการได้กำหนด
ขึ้นโดยได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่
ข้อ 22. เงินรายได้ของสมาคมฯ ให้นำฝากธนาคารหนึ่งธนาคารใดไว้ในนามของสมาคมฯ การ
ถอนเงินจากธนาคารให้นายกสมาคมหรือรองนายกสมาคมและเหรัญญิกเป็นผู้ลงนาม
ถอนร่วมกันทุกครั้ง
ข้อ 23. นายกสมาคมฯมีอำนาจสั่งจ่ายเงินครั้งละไม่เกิน 10,000 บาท
โดยไม่ต้องขออนุมัติ
จากคณะกรรมการสมาคมฯ
ข้อ 24. เหรัญญิกมีอำนาจในการเก็บเงินไว้เพื่อการใช้สอยเบ็ดเตล็ดของสมาคมฯ
ได้ไม่เกิน
คราวละ 10,000 บาท
ข้อ 25. ให้เหรัญญิกรายงานฐานะการเงินของสมาคมฯ ต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี
ข้อ 26. เหรัญญิก จะต้องทำบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุล
ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ
การรับหรือจ่ายเงินทุกครั้ง จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือของนายกสมาคม
หรือผู้ทำการแทนร่วมกับเหรัญญิก หรือผู้ทำการแทน พร้อมกับประทับตราของสมาคม
ทุกครั้ง
ข้อ 27. ผู้สอบบัญชี จะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม
และจะต้องเป็นผู้สอบ
บัญชีที่ได้รับอนุญาต
ข้อ 28. ผู้สอบบัญชี
มีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะ
กรรมการและสามารถจะเชิญกรรมการ หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถาม เกี่ยว
กับบัญชีและทรัพย์สินของสมาคมได้
หมวดที่ 6 การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม
ข้อ 29. การแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของสมาคมฯ อาจจะกระทำได้โดย
29.1 คณะกรรมการเป็นผู้เสนอ หรือ
29.2 สมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่า 10 คน เข้าชื่อกันเสนอ
ข้อ 30. เมื่อมีการเสนอขอแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนข้อบังคับของสมาคมฯให้คณะกรรมการ
มอบหมายให้เลขานุการจัดพิมพ์ข้อความที่เสนอขอแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงข้อ
บังคับของสมาคมฯ นั้นไว้และแจ้งให้สมาชิกสมาคมฯทราบก่อนมีการประชุมใหญ่
อย่างน้อย 15 วัน
ข้อ 31.
เมื่อมีการประชุมใหญ่ให้คณะกรรมการนำข้อเสนอขอแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลง
ข้อบังคับของสมาคมฯ นั้นเสนอต่อที่ประชุมใหญ่และต้องได้รับความเห็นชอบจากที่
ประชุมใหญ่ ด้วยคะแนนเสียงไม่ต่ำกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงที่
มาประชุม
ข้อ 32. เมื่อที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิกล้มสมาคมฯ จะต้องมีคะแนนเสียงให้เลิก 4/5
ของ
สมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงและมาประชุม โดยวิธีลงคะแนนลับ
ข้อ 33. ในการประชุมใหญ่ดังกล่าว ให้แจ้งให้สมาชิกทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน
ด้วยว่า
จะมีการพิจารณาเรื่องการเลิกสมาคมฯ
ข้อ 34. ให้ที่ประชุมใหญ่ลงมติเลือกตั้งผู้ชำระบัญชี
การชำระบัญชีให้เป็นไปตามกฎหมายที่
ใช้อยู่ในเวลาเลิกสมาคมฯ และชำระบัญชี
ข้อ 35.
เมื่อชำระบัญชีเสร็จหากยังมีทรัพย์สินเหลืออยู่เท่าใดให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของมูลนิธิ
ทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย
หมวดที่ 7 บทเฉพาะกาล
ข้อ 36. ข้อบังคับฉบับนี้นั้น
ให้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จด
ทะเบียนเป็นนิติบุคคลเป็นต้นไป
ข้อ 37. เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ให้ถือว่า
สมาชิกของชมรมทันตกรรมจัดฟันแห่งประเทศไทยทั้งหมด เป็นสมาชิกของสมาคม
ทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย
ข้อ 38. เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ให้ถือว่า
ทรัพย์สินของชมรมทันตกรรมจัดฟันแห่งประเทศไทยเป็นทรัพย์สินของสมาคมทันต
แพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย