ชม VDO Clip Online
ได้ที่นี่ครับ
เรื่องที่ 1. ความรู้เรื่องการจัดฟัน
เรื่องที่ 2. จัดฟัน...เพราะจำเป็น หรือ แฟชั่น?
เรื่องที่ 3. คาง...ใครว่าไม่สำคัญ
ความรู้เรื่องการจัดฟัน
รายการปัญหาชีวิต และสุขภาพ ตอน........
ความรู้เรื่องการจัดฟัน
ออกอากาศ วันที่ 25 กค. 2542
พิธีกร นพ. สุรพงศ์ อำพันวงษ์
รศ. พญ. ประสบศรี อึ้งถาวร
พญ. อภิรมย์ เวชภูติ



วิทยากร 1 รศ. (พิเศษ) ทพญ. สมใจ
สาตราวาหะ (นายกสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย)
วิทยากร 2 ทพญ. นฤมล ทวีเศรษฐ์ (กรรมการบริหารสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย)
| พิธีกร |
ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ทางสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทยได้มาพบกับเราในรายการนี้
ในหัวข้อ ความรู้เรื่องการจัดฟัน
ซึ่งท่านวิทยากรก็จะมาเล่าให้พวกเราในประเด็นต่างๆ เช่น - เมื่อไดถึงควรจัดฟัน - วิธีการจัดฟันว่าเขาทำกันอย่างไร - การจัดฟันร่วมกับการผ่าตัดขากรรไกร และอื่นๆที่น่าสนใจอีกมาก |
|
| พิธีกร |
ก่อนอื่นจะขอแนะนำให้ท่านผู้ชมได้รู้จักกับวิทยากร 2 ท่าน
ที่จะมาให้ความรู้กับพวกเราในวันนี้ ท่านแรกทางด้านขวามือคือ รศ. (พิเศษ) ทพญ. สมใจ สาตราวาหะ นายกสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย ท่านที่ 2 คือ ทพญ. นฤมล ทวีเศรษฐ์ กรรมการบริหารสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย |
|
| พิธีกร |
สำหรับทันตแพทย์ ที่มาช่วยตอบคำถามทางโทรศัพท์ ก็มีด้วยกันทั้งหมด 12 ท่าน
ได้แก่ นอ. ทพ. ดร. จตุพร พุกกะเวศ ร.น. ทพญ. ดร. พจนา กิตติพิบูลย์ ทพญ. ศันสนีย์ อนันต์สกุลวัฒน์ ทพ. ปริญญา ปฐมกุลมัย นท. ทพ. พลพิทยา วรชาติ ร.น. ทพญ. ศศิธร สุธนรักษ์ ทพ. ครรชนะ จรัณยานนท์ ทพญ. พรคณา อัศวหน้าเมือง ทพญ. นงลักษณ์ สมบุญธรรม ทพญ. ดร. ศิริมา เจริญผล ทพญ. ปิยะธิดา จิตตานันท์ ทพ. ธัชพันธุ์ พูลทวีเกียรติ์ ![]() |
|
| พิธีกร | เดี๋ยวนี้เราจะพบเด็กวัยรุ่นจัดฟันกันมาก มากกว่าสมัยก่อน ๆ จนเกือบจะเป็นแฟชั่นอย่างหนึ่งของเด็กกันแล้วที่ต้องจัดฟัน และมียางสีๆในปากมาอวดกันที่โรงเรียน ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดีที่ทำให้มีรอยยิ้มสวยๆบนใบหน้าของเด็กไทย | |
| พิธีกร | ก็เลยจะขอเรียนถามคำถามแรก กับท่านวิทยากรของเรา จะขอเริ่มที่อาจารย์สมใจนะครับ อาจารย์พอจะเล่าให้ฟังได้ไม๊ว่า ประโยชน์ของการจัดฟันมีอะไรบ้าง | |
| อ. สมใจ |
ค่ะ
ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดจากการจัดฟันก็คือ ฟันสวยขึ้น ฟันที่เคยห่าง เคยเก
เคยยื่น ก็จะมีการเรียงตัวสวยขึ้น ฟันที่เคยห่าง ก็จะชิด
ฟันที่เคยเกซ้อนก็จะเรียงตัวเรียบเป็นระเบียบมากขึ้น
ฟันที่ยื่นก็จะถูกกดเข้าไปในตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้ดูสวยงามขึ้น
อันที่จริงแล้ว ฟันสวยนี่จะช่วยเสริมสร้างบุคลิก ทำให้ดูดีสำหรับผู้ที่พบเห็น
และที่สำคัญก็คือ ทำให้เจ้าของฟันมีความมั่นใจในตัวเอง กล้าที่จะพูดคุย
กล้าที่จะยิ้ม หรือหัวเราะ
เพราะโดยทั่วๆไปแล้วคนเราเวลาพูดคุยกันก็จะมองดูปากและฟันของผู้ที่เราพูดด้วย
เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราสนใจในสิ่งที่เขาพูด จะไม่จ้องตากันหรอกนะคะ
เพราะอาจเกิดเรื่องได้ ถ้าฟันเราสวยแล้ว ก็ย่อมทำให้เกิดความรู้สึกดีๆ
และประทับใจแก่อีกฝ่ายหนึ่งได้ ซึ่งก็คงรวมถึงคำพูดที่ดีๆด้วย
เมื่อฟันมีการเรียงตัวที่สวยงาม ก็เป็นที่แน่ๆอยู่แล้วว่าการสบของฟันควรจะต้องดีกว่าฟันที่เรียงตัวไม่สวย มีผลทำให้การบดเคี้ยวดีขึ้น เคี้ยวอาหารได้ละเอียด ทำให้ส่งผลไปถึงสุขภาพโดยรวมของร่างกาย เพราะถ้าเคี้ยวอาหารไม่ละเอียดก็คงจะไปเพิ่มการทำงานของกระเพาะอาหารทำให้กระเพาะทำงานหนักยิ่งขึ้น อีกอย่างเมื่อฟันเรียบสวย ก็ง่ายในการแปรงฟัน สามารถแปรงทำความสะอาดได้ง่าย ทำให้ไม่เกิดฟันผุ หรือเป็นโรคเหงือก ถ้าแปรงฟันได้ดี สะอาดไม่มีเศษอาหารตกค้างอยู่ตามซอกฟัน ก็ย่อมขจัดความกังวลว่าเราจะมีกลิ่นปากซึ่งเป็นที่รังเกียจของคนอื่นออกไปได้ ทำให้มีความมั่นใจในตัวเองเพิ่มขึ้น เป็นการส่งเสริมบุคลิกภาพอีกเหมือนกัน อยากขอสรุปในแง่ของทันตแพทย์จัดฟันว่า โดยทั่วไปเรามุ่งไปในการทำงานของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการบดเคี้ยวมากกว่า คือทำให้สามารถบดเคี้ยวได้ดีขึ้น ทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น ส่วนความสวยงามเป็นผลพลอยได้ และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ผลที่ได้จากการจัดฟันจะอยู่ตัว ไม่กลับเป็นใหม่อีก |
|
| พิธีกร | เราได้ทราบถึงประโยชน์ของการจัดฟันกันแล้ว ต่อไปก็จะขอถามอาจารย์ว่าแล้วในกรณีไหนเราถึงควรจะจัดฟัน | |
| อ. สมใจ |
ข้อแรกก็คือ
เมื่อเรามีความรู้สึกว่ามีปัญหาที่จะใช้ฟันในการบดเคี้ยวอาหาร
ทั้งนี้เพราะจะมีผลต่อสุขภาพโดยรวมของร่างกาย
ข้อที่สองก็คือเมื่อเรารู้สึกว่าฟันของเราไม่สวย หรือเมื่อคนไข้มีความกดดันทางจิตใจ ทำให้ไม่อยากพูดคุย เก็บเนื้อเก็บตัว หรืออย่างเด็กนักเรียนที่ถูกเพื่อนล้อว่า ฟันไม่เข้า เป็นนางมณีรจนา (แก้วหน้าม้า) เพราะว่าฟันหน้าบนยื่นมากเป็นต้น หรือบางคนถูกล้อว่าหน้าเว้าเหมือนแม่มด เพราะว่าใบหน้าส่วนกลางยุบ คางยื่น เนื่องจากฟันหน้าล่างครอบฟันหน้าบน ทำให้มีลักษณะรูปหน้าเหมือนพระจันทร์เสี้ยว แบบที่ว่านี้คงจะต้องจัด เพราะอาจทำให้เกิดความกดดันทำให้เด็กไม่อยากไปโรงเรียน เป็นปมด้อย และอาจก่อให้เกิดปัญหาในการพัฒนาทางด้านจิตใจของเด็กด้วยค่ะ |
|
| พิธีกร | การจัดฟันควรจะเริ่มจัดเมื่อไรถึงจะดี | |
| อ. สมใจ |
ควรเริ่มเมื่อทันตแพทย์จัดฟันตรวจพบว่ามีความผิดปกติของการเรียงตัวของฟัน
หรือมีความผิดปกติของการสบฟัน จริงๆแล้ว อายุไม่ได้เป็นตัวที่จะบ่งว่าจะต้องจัด
ก่อนอื่นจะขออธิบายการสบฟันที่ปกติก่อน ขอภาพ ค่ะ -ภาพการสบฟันที่ปกติ
-ภาพการสบฟันที่ผิดปกติ
ความผิดปกติบางอย่างก็ต้องเริ่มทำในเด็กๆ เช่น เด็กที่มีขากรรไกรล่างที่มีขนาดใหญ่กว่าขากรรไกรบน หรือกลับกัน การรักษาต้องทำในขณะที่ยังมีการเจริญเติบโตของใบหน้าและขากรรไกร คือในขณะที่อายุไม่เกิน 14 ปี ในเด็กผู้ชาย และ อายุไม่เกิน 13 ปี ในเด็กผู้หญิง หรือจะดูจากฟันก็จะเป็นระยะที่มีทั้งฟันแท้และฟันน้ำนมอยู่ เด็กบางรายก็ต้องจัดฟันเร็วขึ้น เช่นในเด็กที่มีความเคยชินบางอย่าง เช่น ชอบดูดนิ้ว แทะเล็บ เอาลิ้นดุนฟัน กัดริมฝีปาก อุปนิสัยเหล่านี้มีผลต่อการเรียงตัวของฟัน หรืออาจมีผลต่อการเจริญเติบโตของใบหน้าและขากรรไกร ถ้าไม่เลิกอุปนิสัยเหล่านี้ การหายใจทางปาก การกลืนที่ผิด ก็มีผลต่อตำแหน่งและการเรียงตัวของฟันเช่นกัน ส่วนในรายที่มีความผิดปกติที่ฟันอย่างเดียว ก็อาจจะรอได้ |
|
| พิธีกร | เมื่อผู้ป่วยมาจัดฟัน เราจะมีการวินิจฉัย และมีขั้นตอนของการวางแผนการรักษาในผู้ป่วยแต่ละคน อย่างไรบ้าง และการจัดฟัน เขาจะทำอย่างไรกันบ้าง | |
| อ. สมใจ |
ค่ะ เราจะมี
video ประกอบโดย ทพญ. ศันสนีย์ อนันต์สกุลวัฒน์ ประธานวิชาการสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย video shot |
|
| พิธีกร | รู้สึกว่าการจัดฟันส่วนใหญ่จะเป็นเด็กๆที่นิยมจัดฟันกัน แล้วผู้ใหญ่นี่จัดฟันได้หรือไม่ | |
| อ. สมใจ |
จัดฟันได้ค่ะ อายุ 30, 40 นี่จัดฟันได้ทั้งนั้น แต่ก็มีข้อแม้ว่า ต้องมีการดูแลรักษาฟันอย่างดี และไม่เป็นโรคเหงือกอย่างรุนแรง ผู้ใหญ่บางคนก็จัดเพราะมีการถอนฟันไปเป็นระยะเวลานานๆ แล้วไม่ได้ใส่ฟัน ทำให้ฟันที่อยู่ข้างๆซี่ที่ถูกถอนไปล้มเข้าไปในที่ที่ถูกถอนฟันไป ทำให้เคี้ยวอาหารไม่ได้ดี อาจทำให้เป็นโรคเหงือกด้วย พอจะใส่ฟันก็ใส่ไม่ได้ ต้องจัดฟันโดยตั้งฟันที่ล้มขึ้นเพื่อจะได้ใส่ฟันได้ บางคนจัดเพื่อทำให้ดูสวยงามขึ้น บางคนก็จัดเพื่อสุขภาพ ทำให้แปรงฟันได้สะอาดขึ้น และบดเคี้ยวอาหารได้ดีขึ้น | |
| พิธีกร | แล้วการจัดฟันในเด็กกับผู้ใหญ่ จะต่างกันหรือไม่ | |
| อ. สมใจ |
ต่างกันค่ะ
เนื่องจากในการจัดฟัน เราต้องการเคลื่อนฟันจากตำแหน่งเดิมที่ฟันเคยอยู่
ไปอยู่ตำแหน่งใหม่ที่เราต้องการ การเคลื่อนฟันต้องอาศัยปฏิกิริยาของร่างกายเรา
คือจะมีการทำลายกระดูกที่รองรับฟัน และมีการสร้างกระดูกขึ้นมาแทน
เพื่อจะให้ฟันมีกระดูกรองรับที่แข็งแรงในตำแหน่งใหม่ ในเด็กๆ
ขบวนการทำลายกระดูกและสร้างกระดูกขึ้นใหม่มีความรวดเร็วพอๆกัน แต่ในผู้ใหญ่
ขบวนการสร้างกระดูกจะช้ากว่าเดิม
เพราะฉะนั้นการจัดฟันในเด็กถ้าทำได้จะดีกว่าตอนจัดฟันในขณะเป็นผู้ใหญ่
ตรงที่จะใช้เวลาน้อยกว่า ผลที่ได้จากการจัดฟันก็จะดีกว่า
จะอยู่ตัวมากกว่าในผู้ใหญ่
การจัดฟันชนิดที่ต้องเลื่อนขากรรไกรล่างไปด้านหน้าในกรณีที่มีคางเล็กเกินไป หรือคางยาวยื่น ต้องเลื่อนขากรรไกรไปด้านหลัง ทำได้ตอนเป็นเด็กในขณะที่มีการเจริญเติบโตของใบหน้าและขากรรไกรเท่านั้น ในผู้ใหญ่ทำไม่ได้ |
|
| พิธีกร | พูดถึงเครื่องมือจัดฟัน เครื่องมือจัดฟันมีกี่ชนิด และแต่ละชนิดใช้ต่างกันอย่างไร | |
| อ. สมใจ |
เครื่องมือจัดฟันแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือเครื่องมือจัดฟันชนิดถอดได้
และเครื่องมือจัดฟันชนิดติดแน่น
เครื่องมือจัดฟันชนิดถอดได้
ชื่อก็บอกแล้วว่าคนไข้สามารถถอดออกได้เอง ใส่ได้เอง มี 2 ชนิดค่ะ คือชนิดแรก
ใช้เลื่อนฟัน ชนิดที่ 2 ใช้เคลื่อนตำแหน่งของขากรรไกรล่าง
เครื่องมือจัดฟันชนิดถอดได้แบบที่ใช้เคลื่อนฟัน อีกชนิดหนึ่งคือเครื่องมือแบบติดแน่น
เครื่องมือจะติดแน่นกับฟัน เครื่องมืออาจเป็น stainless steel หรือ ceramics จะติดกับฟันคนไข้ไม่สามารถถอดเครื่องมือชนิดนี้ออกเองได้ เราจะใช้เมื่อเคลื่อนฟันหลายๆซี่พร้อมกัน คนไข้จะรับประทานอาหารโดยมีเครื่องมือชนิดนี้อยู่ในปากด้วย |
|
| พิธีกร | โดยมากเห็นเวลาคนไข้ที่ไปจัดฟัน ทันตแพทย์มักจะแนะนำให้ถอนฟัน ทำไมต้องถอนฟันด้วยคะ ถ้าถอนแล้วฟันจะหลอไม๊ จัดฟันเสร็จแล้วต้องใส่ฟันปลอมหรือไม่ จะขอเรียนถามอาจารย์นฤมลครับ | |
| อ.นฤมล |
การจัดฟันบางรายก็จำเป็นต้องถอนฟัน บางรายก็ไม่ต้องถอนค่ะ
ถ้าคนไข้มีฟันห่างๆมาจัดฟัน ส่วนใหญ่จะไม่ต้องถอนฟัน แต่ถ้าคนไข้มีฟันยื่น
หรือฟันซ้อนเกมากๆ ก็มักจะมีแนวโน้มที่จะต้องถอนฟัน
เพราะคนไข้ที่ฟันเกนี้จะมีขนาดของขากรรไกร กับขนาดของฟันไม่สมดุลย์กัน
คือขากรรไกรเล็ก แต่ฟันซี่ใหญ่ ก็เลยต้องถอนฟันออกไปบ้าง ตัวอย่างคนไข้ฟันเก ภาพนี้เป็นภาพฟันบนนะคะ การจะจัดฟันให้เรียบได้ ก็จะต้องถอนฟันไป 2 ซี่ ด้านซ้ายซี่นึง และก็ด้านขวาอีกซี่นึง เพี่อทำให้เกิดมีช่องว่าง แล้วเราก็จะใช้ช่องว่างจากการถอนฟันไปนั้น มาใช้ขยับฟันที่เกๆอยู่ให้เรียบได้ จะเห็นได้ว่าฟันเริ่มเคลื่อนที่เป็นฟันเรียบขึ้น และฟันก็แบนลงด้วย ในบางรายถ้าเกทั้งฟันบนและล่างก็ต้องถอนรวมเป็น 4 ซี่ค่ะ ส่วนใหญ่เมื่อถอนฟันไปแล้วทันตแพทย์จัดฟันจะพยายามปิดช่องที่เกิดจากการถอนฟันไปให้ได้มากที่สุด โดยไม่ต้องใส่ฟันปลอม |
|
| พิธีกร | ระยะเวลาที่ใช้ในการจัดฟันนี่นานเท่าไร | |
| นฤมล | โดยเฉลี่ยจะประมาณ 2 ปี ค่ะ แต่ในบางรายก็อาจเสร็จเร็วกว่านั้น หรือช้ากว่านั้นคือนานถึง 3 ปีก็ได้ ในกรณีที่ฟันเกมาก ซึ่งใช้เวลาจัดฟันนานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับฟันเกมาก หรือเกน้อย และความยากง่ายในการรักษาคนไข้แต่ละคน | |
| พิธีกร | เคยได้ยินว่า มีการจัดฟันร่วมไปกับการผ่าตัดขากรรไกรด้วย ไม่ทราบว่าจะทำในกรณีไหน ทำไมถึงต้องผ่าตัดด้วย | |
| อ.นฤมล | โดยทั่วไป ถ้าคนไข้มีรูปหน้าที่สวย ได้สัดส่วนที่ดี มีแต่ฟันเกอย่างเดียว เราก็จะแก้ไขโดยการจัดฟันอย่างเดียวก็พอ แต่ในกรณีของคนไข้ที่มีโครงสร้างขากรรไกรบนและล่างไม่ได้สัดส่วนกัน เช่นคางยื่น คนไข้พวกนี้เราจะช่วยให้มีใบหน้าที่สวยสมส่วนได้โดยการทั้งจัดฟัน และผ่าตัดขากรรไกรร่วมด้วย ซึ่งรายละเอียดในเรื่องนี้ ผศ. ทพ. พาสน์ศิริ นิสาลักษณ์ จะมาอธิบายให้ท่านผู้ชมค่ะ | |
| พิธีกร | ข้อปฎิบัติในระหว่างที่มีเครื่องมือจัดฟันอยู่ อาจารย์นฤมลมีข้อแนะนำอะไรบ้าง | |
| อ.นฤมล | เนื่องจากเครื่องมือจัดฟันเป็นเครื่องมือที่บอบบาง และหลุดได้ถ้าถูกแรงกระแทกจากการเคี้ยวอาหารเหนียวๆ แข็งๆ ดังนั้นในระหว่างการจัดฟันคนไข้ควรจะหลีกเลี่ยงอาหารที่เหนียวๆ ทั้งหลาย ไม่เคี้ยวหมากฝรั่งเหนียวๆ และไม่เคี้ยวพวกก้อนน้ำแข็งก้อนเล็กๆเล่น เพราะจะทำให้เครื่องมือจัดฟันหลุดได้นะคะ ในระหว่างการจัดฟันก็ควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจฟันผุ ขูดหินปูน ทำความสะอาดฟันทุก 6 เดือน และควรแปรงฟันให้สะอาดในระหว่างการจัดฟันค่ะ | |
| พิธีกร | พูดถึงการแปรงฟัน เวลาจัดฟันที่มีเครื่องมือเยอะๆ เต็มปาก การแปรงฟันคงจะยากขึ้น อาจารย์จะช่วยแนะนำการแปรงฟันให้ได้สะอาด ในระหว่างการจัดฟันได้ไม๊ครับ | |
| อ.นฤมล | ค่ะ
เมื่อใส่เครื่องมือจัดฟันแบบติดแน่น การแปรงฟันให้สะอาดจะยิ่งทำได้ยากกว่าปกติ
ก็เหมือนกับเวลาเราจะกวาดบ้านนะคะ
ถ้าบ้านยิ่งมีเฟอร์นิเจอร์วางอยู่เยอะๆก็จะยิ่งทำความสะอาดยากขึ้นกว่าบ้านที่โล่งๆ
เพราะจะมีซอกเล็กซอกน้อยมากมาย ฟันที่ติดเครื่องมือจัดฟันแบบติดแน่นก็เหมือนกัน
แต่ถึงจะทำความสะอาดยากขึ้น ถ้าเรารักฟันของเราไม่อยากให้ฟันผุ
และตั้งใจจริงในการแปรงฟันก็จะแปรงได้ดี
........แปรงสีฟันที่ใช้ จะใช้แปรงสีฟันธรรมดา หรือจะใช้แปรงสีฟันสำหรับจัดฟันซึ่งมีลักษณะพิเศษคือมีร่องตรงกลางก็ได้ วางร่องแปรงทับไปบนเครื่องมือจัดฟัน แล้วหมุนแปรงเป็นวงกลม หมุนซ้ำแล้วซ้ำอีกในบริเวณเดิม แล้วจึงปัดขนแปรงออก หรือขยับแปรงไปมาเบาๆ โดยแปรงซ้ำๆที่เดิม ซี่ละประมาณ 6 ครั้ง ซึ่งถ้าจะให้แปรงได้สะอาดทั้งปาก ควรใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 นาที หรือจะใช้แปรงลักษณะอื่นๆเช่นแปรงที่มีกระจุกเล็กๆตรงปลาย สำหรับช่วยทำความสะอาดตามซอกฟัน หรือแปรงขนาดเล็กที่มีปลายแหลมเหมือนรูปต้นสน ซึ่งเด็กๆสามารถพกติดไปใช้ตอนกลางวันที่โรงเรียนได้ด้วย ส่วนการใช้เส้นไหมขัดฟันในระหว่างการจัดฟันนั้นก็ยังใช้ได้นะคะ และถ้าใช้ห่วงร้อยไหมช่วย ก็จะทำให้ร้อยไหมไปตามซอกฟันง่ายขึ้นค่ะ ถ้าคนไข้แปรงฟันได้ดีในระหว่างการจัดฟัน เวลาจัดฟันเสร็จ ถอดเครื่องมือออก ฟันก็จะขาวสดใสเหมือนเดิม แต่ถ้าแปรงฟันไม่ดีพอ ฟันก็จะผุได้ ดังในรูปนะคะ เพราะฉะนั้นในระหว่างที่ใส่เครื่องมือจัดฟันอยู่ควรจะตั้งใจดูแลแปรงฟันให้สะอาด แปรงอย่างน้อยวันละ 3 ครั้ง และแปรงให้ได้ทุกครั้งหลังรับประทานอาหารก็ยิ่งดี |
|
| พิธีกร | เวลาไปตามคลินิก หรือตามโรงพยาบาลเพื่อจะไปจัดฟัน มักจะต้องรอนัดพบทันตแพทย์จัดฟัน วันโน้น วันนี้ คือทันตแพทย์จัดฟันจะต้องเป็นทันตแพทย์เฉพาะทางใช่หรือไม่ | |
| อ.นฤมล | ค่ะ ทันตแพทย์จัดฟันจะเป็นทันตแพทย์ที่เรียนมาเฉพาะทาง คือหลังจากจบปริญญาทันตแพทย์ ก็จะต้องเรียนต่อด้านการจัดฟันโดยเฉพาะเป็นเวลาอีกประมาณ 3 ปี จึงจะมีคุณวุฒิเป็นทันตแพทย์เฉพาะทางจัดฟัน เพื่อจะได้มีความรู้ความสามารถจัดฟันให้ผู้ป่วยให้ได้ผลดีที่สุด | |
| พิธีกร | แล้วคนไข้จะขอรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดฟัน จะติดต่อได้ที่ไหน อย่างไร | |
| อ.นฤมล | ก็สามารถสอบถามทางสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทยได้ www.welcome.to/thaiortho | |
| พิธีกร | ก่อนจะจบรายการ อาจารย์สมใจมีอะไรจะกล่าวกับท่านผู้ชมทางบ้านไม๊ครับ | |
| อ. สมใจ |
ค่ะ
ก็คงต้องเริ่มตั้งแต่เด็กเลย ควรพาเด็กไปตรวจฟันสม่ำเสมอ
ไปรู้จักทำความคุ้นเคยกับทันตแพทย์ตั้งแต่ยังไม่มีอาการปวดฟัน
เด็กจะได้ไม่กลัวทันตแพทย์ จะได้ไม่มีความรู้สึกว่าการไปพบหมอฟันนั้น
คือการถูกทำโทษ มีคุณแม่บางคนบอกดิฉันว่า คุณหมอคะ
ลูกดิฉันทำไมตอนฟันน้ำนมเรียงเรียบสวย และชิดกันดีจัง
ทำไมฟันแท้ถึงได้เกอย่างนี้
อันนี้สาเหตุก็เนื่องจากฟันแท้มีขนาดใหญ่กว่าฟันน้ำนม
ถ้าฟันน้ำนมเรียงตัวชิดสวย ก็จะสามารถทำนายได้ว่าฟันแท้ที่จะเกิดขึ้น
ต้องเกแน่ๆ เพราะเนื้อที่ในขากรรไกรมีขนาดไม่ใหญ่พอที่จะให้ฟันแท้ขึ้นได้ตรงๆ
ฟันทุกซี่ก็อยากขึ้นมาอยู่ในช่องปาก แย่งกันขึ้นใหญ่ก็เลยเกอย่างที่ว่า
ถ้ามาพบทันตแพทย์จัดฟันก็จะได้ช่วยดูแล ดูลำดับการขึ้นของฟันแท้
สามารถให้คำแนะนำได้ บางทีอาจต้องใส่เครื่องมือจัดฟันง่ายๆช่วย
ทำให้ไม่ต้องไปใส่เครื่องมือจัดฟันมากๆในปากตอนโต อีกทั้งผลการรักษาก็จะดีกว่า
อุปนิสัยบางอย่าง เช่น นิสัยดูดนิ้ว กัดเล็บ เอาลิ้นมาดุนฟันให้ยื่นไปข้าหน้าเป็นต้น ถ้าไม่ได้รับการแก้ไข หรือเลิกอุปนิสัย ทำให้มีผลทำให้ฟันยื่น ฟันเก ฟันห่าง ฟันหน้าไม่สบกัน และอื่นๆตามมาอีก ถ้ามาหาทันตแพทย์จัดฟันแต่เนิ่นๆ ทันตแพทย์จัดฟันมีวิธีการที่จะแนะนำ ทำให้เลิกอุปนิสัยที่เป็นอันตรายแก่ฟันได้ และสุดท้ายขอเพิ่มอีกอย่างคือ ขณะนี้การจัดฟันถือได้ว่าเป็นแฟชั่น อย่างหนึ่ง อาจพูดได้ว่า ไม่จัดไม่ทันสมัย บางคนมาหาหมอจัดฟัน อยากติดเครื่องมือจัดฟัน ติดยางสีๆ อันนี้เราไม่แนะนำนะคะ เพราะอาจทำให้เกิดโทษถ้าแปรงไม่สะอาด ทำให้ฟันผุ เป็นโรคเหงือก อีกอันหนึ่งเราใช้แรงไปกระทำกับฟัน ถ้าไม่มีอะไรผิดปกติก็ไม่ควรทำ |
|
| พิธีกร | แล้วอาจารย์นฤมลล่ะครับ | |
| อ.นฤมล | การจัดฟัน ต้องใช้เวลานานเป็นปีๆ ถ้าคนไข้อยากให้การจัดฟันเสร็จเร็ว ก็มีเคล็ดลับค่ะ ก็โดยการไปตามที่คุณหมอนัดทุกครั้ง แปรงฟันให้สะอาด และพยายามรักษาเครื่องมือจัดฟันไม่ให้หลุดบ่อยๆ ฟันก็จะเข้าที่เร็ว การจัดฟันนั้นจะได้ผลดีแค่ไหน ความร่วมมือของคนไข้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด | |
| พิธีกร | ก็ขอขอบคุณ
รองศาตราจารย์(พิเศษ)ทพญ. สมใจ สาตราวาหะ
นายกสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย และ ทพญ. นฤมล ทวีเศรษฐ์
รวมทั้งทันตแพทย์จัดฟันที่มาช่วยตอบปัญหาทางโทรศัพท์ทั้งหมด 12 ท่าน
จากสมาคมทันตแพทย์จัดฟันแห่งประเทศไทย เป็นอย่างมากที่ได้มาให้ความรู้กับเราในวันนี้ สำหรับวันนี้เวลาก็หมดลงแล้ว รายการปัญหาชีวิตและสุขภาพขอลาท่านผู้ชมไปก่อนค่ะ พบกันใหม่วันอาทิตย์หน้า......สวัสดีค่ะ... สวัสดีครับ |













![]() |
![]() |
![]() |
![]() |

รวบรวมคำถามยอดฮิต
ถ้าต้องการถามเพิ่มเติมกรุณา
คลิ๊กที่นี่
ถาม โดยทั่วไป คนไข้ควรจะรับการบำบัดรักษาทางทันตกรรมจัดฟันเมื่ออายุเท่าไร ?
ตอบ
การที่จะเริ่มให้การบำบัดรักษาทางทันตกรรมจัดฟันเมื่ออายุเท่าไรนั้นขึ้นอยู่กับ
1) หากมีความผิดปกติของ ความสัมพันธ์ของกระดูกขากรรไกรบน-ล่าง
ก็ควรจะเริ่มการบำบัดรักษา ตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่อป้องกันมิให้ปัญหาลุกลามต่อไป
2) หากมีความผิดปกติในการเรียงตัวของฟัน เฉพาะตำแหน่ง ซึ่งถ้าทิ้งไว้
จะทำให้มีผลต่อพัฒนาการ ของกระดูกขากรรไกร และฟันข้างเคียง
และการแก้ไขความผิดปกติดังกล่าวสามารถทำได้ไม่ยุ่งยาก ก็ควรจะเริ่มการบำบัดรักษา
ตั้งแต่เมื่อเริ่มพบเห็น ความผิดปกติ
3) หากคนไข้มีอุปนิสัย (Oral habit)
ที่ผิดปกติบางประการที่มีผลต่อพัฒนาการของกระดูกและฟัน เช่น การกลืนที่ผิดปกติ
การกัดริมฝีปากและเล็บ การดูดนิ้ว การหายใจทางปาก
ก็ควรจะเริ่มให้การบำบัดรักษาอุปนิสัยที่ผิดปกติดังกล่าว ตั้งแต่ในระยะแรกที่ตรวจพบ
ถาม
ในกรณีที่ทันตแพทย์จัดฟันเห็นว่าคนไข้มีความจำเป็นต้องรับการบำบัดรักษา
ตั้งแต่ในวัยเด็กแต่คนไข้ละเลย และมาขอรับการบำบัดรักษาตอนโตจะเกิดผลเสียใด ๆ
หรือไม่ ?
ตอบ ผลที่อาจเกิดขึ้นมีหลายประการ ดังนี้
1) ความผิดปกติมีความรุนแรงมากขึ้น จนทำให้เกิดความยากลำบากในการบำบัดรักษา
หรือในบางรายมีความจำเป็นต้องใช้การผ่าตัดขากรรไกรเข้าร่วมกับการบำบัดรักษาทางทันตกรรมจัดฟัน
2) ผลของการบำบัดรักษาอาจไม่ได้ผลดีเท่ากับการบำบัดรักษาที่เริ่มต้นเมื่อวัยเด็ก
3) การบำบัดรักษาช่วงที่เด็กเข้าสู่วัยรุ่น อาจจะใช้ระยะเวลาที่ยาวนานกว่า
ถาม
คนไข้ที่มาขอรับการบำบัดรักษาทางทันตกรรมจัดฟันจำเป็นต้องถอนฟันเพื่อการจัดฟันหรือไม่
?
ตอบ
การบำบัดรักษาทางทันตกรรมจัดฟันจำเป็นต้องถอนฟันหรือไม่
ขึ้นอยู่กับการตรวจพิเคราะห์ของทันตแพทย์จัดฟัน
แต่โดยทั่วไปคนไข้ที่มีฟันซ้อนเกมากหรือฟันยื่นมากมักจะมีแนวโน้มที่จะต้องถอนฟัน
ถาม เครื่องมือที่ใช้ในการจัดฟันมีกี่ชนิด
และคนไข้สามารถเลือกเครื่องมือในการบำบัดรักษาได้หรือไม่ ?
ตอบ
เครื่องมือที่ใช้ในการบำบัดรักษาทางทันตกรรมจัดฟันแบ่งเป็นประเภทใหญ่ ๆ ได้ 2
ประการ คือ เครื่องมือชนิดติดแน่น ซึ่งจะเป็นโลหะที่ติดอยู่บนซี่ฟัน
ตลอดช่วงเวลาของการบำบัดรักษา และเครื่องมือชนิดถอดได้ ซึ่งคนไข้สามารถถอดออก
และใส่ได้เอง ซึ่งเครื่องมือแต่ละชนิดก็จะให้ผลในการบำบัดรักษาที่แตกต่างกัน
การใช้เครื่องมือชนิดใด
ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาตัดสินใจของทันตแพทย์จัดฟันถึงความจำเป็นและความเหมาะสมของเครื่องมือแต่ละชนิด
ถาม
ระยะเวลาที่ใช้ในการจัดฟันนั้นนานเท่าใด
ตอบ การบำบัดรักษานั้นจะยาวนานเท่าใด
ขึ้นอยู่กับ ความผิดปกติที่ต้องการแก้ไขและความร่วมมือของคนไข้
หากคนไข้ให้ความร่วมมือดีผลการบำบัดรักษาก็จะออกมาดีและใช้ระยะเวลาสั้น
แต่การรักษาโดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 2-3 ปี
ถาม
ระหว่างการรักษาคนไข้จะต้องไปพบทันตแพทย์จัดฟันบ่อยเพียงใด ?
ตอบ
โดยทั่วไปคนไข้จะต้องไปพบทันตแพทย์จัดฟัน ทุก 3-5 สัปดาห์
แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับช่วงของการบำบัดรักษา
ถาม
ในการจัดฟันจะมีผลทำให้ฟันผุง่ายขึ้นหรือไม่ ?
ตอบ
ฟันที่ได้รับการบำบัดรักษาทางทันตกรรมจัดฟันก็เหมือนฟันปกติทั่วไป
ซึ่งหากทำความสะอาด อย่างสม่ำเสมอและทั่วถึงแล้วก็ไม่มีโอกาสที่จะผุ
ถาม
ในระหว่างจัดฟันจะต้องมีการดูแลความสะอาดเป็นพิเศษใด ๆ หรือไม่ ?
ตอบ
โดยทั่วไปมักจะแนะนำให้คนไข้จัดฟันแปรงฟันและทำความสะอาดฟันหลังอาหารทุกมื้อ
ในกรณีที่ใช้เครื่องมือชนิดถอดได้
ก็ให้ทำความสะอาดเครื่องมือด้วยยาสีฟันและแปรงสีฟันร่วมด้วย
นอกจากนี้ก็ควรงดเว้นอาหารรสหวานจัด หรือติดฟัน ในรายที่ใช้เครื่องมือ ชนิดติดแน่น
ควรงดเว้นอาหารกรอบและแข็ง
เช่น ถั่วต่าง ๆ , น้ำแข็ง เพราะมีโอกาสที่จะทำให้เครื่องมือ
ที่ติดอยู่กับฟันหลุดออก อันจะมีผลให้ การบำบัดรักษายุ่งยากและไม่ได้ผลเท่าที่ควร
ถาม ในการจัดฟันนั้นเจ็บมากน้อยเพียงใด ?
ตอบ
ทุกครั้งที่มีการปรับหรือเปลี่ยนลวดที่ใช้ในการจัดฟัน คนไข้จะรู้สึกตึง
หรือเจ็บบ้าง ในช่วงสัปดาห์แรก ของการปรับเปลี่ยนลวดจัดฟัน
แต่หากรู้สึกเจ็บปวดรุนแรงผิดปกติควรกลับไปพบทันตแพทย์จัดฟันผู้ให้การบำบัดรักษาทันที
ถาม ค่าใช้จ่ายในการจัดฟันนั้นแพงหรือไม่ ?
ตอบ ค่าใช้จ่ายในการจัดฟันนั้น
จะแตกต่างกันไปบ้างขึ้นกับชนิด ของการบำบัดรักษา
และระยะเวลาในการบำบัดรักษา ทั้งนี้คนไข้ควรสอบถาม และตกลงถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมด
และวิธีในการชำระค่าใช้จ่ายจากทันตแพทย์จัดฟันผู้ให้การบำบัดรักษา
ก่อนที่จะเริ่มต้นการบำบัดรักษา